บันทึกชั้นเรียนนอกกรอบ

Image

บันทึกชั้นเรียนนอกกรอบ

การพัฒนากิจกรรมและการเรียนรู้ฟังก์ชันตรีโกณมิติโดยใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าใจความหมายสำคัญ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

Cover

book-updateJan2015_Page_01

book-updateJan2015_Page_02

book-updateJan2015_Page_03

book-updateJan2015_Page_04

book-updateJan2015_Page_05

book-updateJan2015_Page_06

book-updateJan2015_Page_07

book-updateJan2015_Page_08

book-updateJan2015_Page_09

book-updateJan2015_Page_10

book-updateJan2015_Page_11 book-updateJan2015_Page_12

book-updateJan2015_Page_13book-updateJan2015_Page_14

book-updateJan2015_Page_15

book-updateJan2015_Page_16

book-updateJan2015_Page_17

book-updateJan2015_Page_18

book-updateJan2015_Page_19 book-updateJan2015_Page_20

book-updateJan2015_Page_21 book-updateJan2015_Page_22 book-updateJan2015_Page_23

book-updateJan2015_Page_24 book-updateJan2015_Page_25 book-updateJan2015_Page_26

book-updateJan2015_Page_27

book-updateJan2015_Page_28

book-updateJan2015_Page_29

book-updateJan2015_Page_30

book-updateJan2015_Page_31

book-updateJan2015_Page_32

book-updateJan2015_Page_33

book-updateJan2015_Page_34

book-updateJan2015_Page_36

book-updateJan2015_Page_37

book-updateJan2015_Page_38

book-updateJan2015_Page_39

book-updateJan2015_Page_40

book-updateJan2015_Page_41

Advertisements

ผลงานวิจัย

Quote

ชื่อเรื่อง     การพัฒนากิจกรรมและการเรียนรู้ฟังก์ชันตรีโกณมิติโดยใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าใจความหมายสำคัญ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ชื่อผู้วิจัย    นางสาวจารุวรรณ ปะกัง ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ

โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

ปีการศึกษา   2556

บทคัดย่อ

แนวคิด

แนวคิดในการริเริ่มทำงานวิจัยชิ้นนี้คือ เพื่อการพัฒนากิจกรรมและการเรียนรู้บทเรียน โดยเครื่องมือทางเลือกอย่างศิลปะในการเชื่อมโยงคำอธิบายบทเรียนคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เป็นนามธรรมให้ใกล้ตัวขึ้นและเข้าถึงได้ โดยที่เล็งผลสัมฤทธิ์ที่เข้าใจความหมายสำคัญของบทเรียน อย่างอิสระ ไม่จำกัดกรอบเดิม ๆ และเน้นให้ผู้เรียนได้นำเสนอไอเดียรูปแบบความเข้าใจแบบเฉพาะตัวหน้าชั้นเรียน รวมถึงการมีโอกาสที่จะได้รับฟังไอเดียที่แตกต่างหลากหลายจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกด้วย

วัตถุประสงค์ ในการทำงานวิจัยนี้เพื่อ

1) ออกแบบพัฒนากิจกรรมและการเรียนรู้บทเรียนฟังก์ชันตรีโกณมิติสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 3 รหัสวิชา ค32201 เรื่อง ฟังก์ชันตรีโกณมิติ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังกิจกรรมการเรียนรู้นี้ 3) เพื่อศึกษาผลต่อทัศนคติและความพึงพอใจของนักเรียนหลังเข้าร่วมกิจกรรมและการเรียนรู้ทั้งต่อตัวกิจกรรมนี้และทัศนคติต่อคณิตศาสตร์โดยรวม

กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมในการทำงานวิจัยนี้ พิจารณาจากชั้นเรียนคณิตศาสตร์ที่อยู่ในความรับผิดชอบการสอนของครูผู้ทำวิจัยที่สามารถเข้าร่วมกระบวนการพัฒนากิจกรรมและ การเรียนรู้ได้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน ปักธงชัยประชานิรมิต อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 1 ชั้นเรียน คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 40 คน

เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย  

เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยคือ ชุดผลงานศิลปะตัวอย่างจากครู จำนวน 4 ชุด คือ 1) จิ๊กซอแห่งความลับ 2) ความลับแห่งมือซ้าย 3) Thainess Graph 4) ท่วงทำนอง เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ ผลงานศิลปะนักเรียน บทสัมภาษณ์นักเรียน บันทึกสะท้อนแนวคิดนักเรียน บันทึกพฤติกรรมนักเรียนจากครู บันทึกภาคสนามจากผู้ช่วยวิจัย เครื่องมือที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพการพัฒนากิจกรรมและการเรียนรู้ได้แก่ แบบทดสอบย่อยท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ

การเก็บรวบรวมข้อมูล

เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพได้จากผลงานศิลปะนักเรียนใช้เป็นข้อมูลหลักในการวิเคราะห์การเข้าใจความหมายสำคัญของนักเรียน ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์ การสะท้อนแนวคิดนักเรียน การบันทึกพฤติกรรมนักเรียนจากครู การบันทึกภาคสนามจากผู้ช่วยวิจัย เป็นข้อมูลประกอบ นำมาวิเคราะห์และตีความในลักษณะการบรรยาย และเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากการทำแบบทดสอบย่อยท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ นำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้ค่าสถิติ

 

ผลการวิจัย

1. ชั้นเรียนคณิตศาสตร์ที่ถูกออกแบบกิจกรรมบทเรียนฟังก์ชันตรีโกณมิติ โดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความหมายสำคัญของบทเรียน พบว่า มากกว่าสิ่งที่ต้องเรียนรู้ คือทัศนคติ ต่อสิ่งที่เรียน แม้วิชาคณิตศาสตร์มีกำแพงความยากเมื่อคิดแบบนามธรรมไกลตัว แต่เมื่อผู้เรียนได้เลือกแทนค่ากับสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่เลือกเอง ทั้งหมดนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้และใกล้ตัว ซึ่งลักษณะของความเข้าใจและการบอกเล่าความหมายก็จะสะท้อนเฉพาะต่างกันไปของแต่ละคน

2. การใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความหมายสำคัญของบทเรียน คล้ายกันในหลักการกับรูปแบบการเน้นย้ำเพื่อการจดจำ เช่น ตัวหนังสือตัวหนาที่ถูกล้อมด้วยกรอบสี่เหลี่ยม ในหนังสือเรียน การขีดเส้นใต้บนกระดานดำเพื่อเน้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญ หรือจากการพูดดัง ๆ ย้ำ ๆ หรือการพิสูจน์ให้เห็นถึงที่มา แต่ที่มากไปกว่านั้นคือกิจกรรมนี้นักเรียนคือผู้เลือกสิ่งที่ใช้เน้นหรือแทนค่าด้วยตัวเอง จากสิ่งที่ชอบ ที่รัก ที่สนใจ ที่ใกล้ตัว พบว่า มีผลต่อความติดตรึงเป็น เนื้อเดียว มีความคงทนในการจดจำ มากกว่าการเน้นย้ำโดยผู้อื่น

3. พบว่าการเปิดโอกาสให้นักเรียนสร้างสรรค์ สะท้อน สื่อสาร เรื่องราว ด้วยตัวเอง เป็นการส่งเสริมความมั่นใจให้กับนักเรียนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน และทัศนคติต่อคณิตศาสตร์

4. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01

5. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม 3 รหัสวิชา ค32201 เรื่อง ฟังก์ชันตรีโกณมิติ ผ่านชุดผลงานศิลปะ (Art Works) มีค่าเฉลี่ย 4.72 อยู่ในระดับมากที่สุด

สรุป

ข้อค้นพบที่สำคัญในงานวิจัยนี้พบว่า กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านศิลปะ มีส่วนสนับสนุนความงอกงามทางความคิดและความเชื่อมโยงของผู้เรียนได้อย่างดียิ่ง ผู้เรียนมี ความมั่นใจ กล้าแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ตามความเข้าใจและจินตนาการของตนเอง ซึ่งนั่นช่วยให้นักเรียนได้เรียนคณิตศาสตร์อย่างมีชีวิต อย่างเป็นเนื้อเดียว ด้วยอาศัยเครื่องมือศิลปะและจินตนาการเป็นส่วนกระตุ้น ดึงดูดความสนใจ และท้าทายให้นักเรียนได้เรียนรู้และทำความเข้าใจสาระทางคณิตศาสตร์นั้น